หมายเลข 6 แมนฯยูฯ – จากพัลลิสเตอร์ สู่..ป็อกบา

ถ้าใครกันแน่มีความรู้สึกว่าภาพยนตร์โด่งดังอย่าง ''แฮร์รี่ พ็อตเตอร์'' ไม่จบสิ้น และก็เนิ่นนานกว่าจะลงเอยแล้วล่ะก็ ''มหากาพย์ป็อกบา'' ก็อาจไม่ต่างอะไรกัน ด้วยเหตุว่ากว่าจะได้บทสรุป เล่นเอาแฟนอสุรกายแดงลุ้นแล้วลุ้นอีก ซึ่งบทสรุปก็อย่างที่รู้กันว่า ป็อกบา อดีตกาลเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาสู่ถิ่นเก่าอีกครั้งในฐานะนักฟุตบอลสุดยอด ที่มีค่าตัวแพงพราวแพรว

ถ้าย้อนไปตอนที่ยังเป็นดาวรุ่งค้าหน้าแข้งอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวสวมเสื้อเลข 42 ลงเล่นให้กับอสุรกายแดงไปหลายนัด แม้กระนั้นการกลับมาคราวนี้ ป็อกบา เลือกสวมเสื้อเลข 6 ที่ยังคงว่างอยู่ เสมือนเว้นว่างไว้รอคอยเช่นไร แบบงั้น ซึ่งโน่นทำให้ป็อกบากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 7 ที่สวมเสื้อเลข 6 ของแมนฯ ยูไนเต็ดทันที

ตอนนี้พวกเราลองดูกันเลยดีกว่าว่า ก่อนที่เสื้อเลข 6 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดจะตกมาอยู่กับ ปอล ป็อกบา ซึ่งเป็นทายาทเลข 6 คนเดี๋ยวนี้นั้น มีผู้เล่นคนใดบ้างที่เคยสวมเลขนี้มาก่อน

แกรี่ พัลลิสเตอร์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: อังกฤษ

แกรี่ พัลลิสเตอร์ เบอร์ 6 คนแรกของผีแดงในยุคพรีเมียร์ลีก

แกรี่ พัลลิสเตอร์ อดีตกาลกองหลังร่างใหญ่ผู้ครอบครองส่วนสูง 193 ซม. เป็นผู้ที่สวมเสื้อเลข 6 เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของแมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่เริ่มมีการใช้เบอร์เสื้อประจำตัวในช่วงฤดูกาล 1993-1994

พัลลิสเตอร์ ค้าหน้าแข้งกับอสุรกายแดงเป็นระยะเวลานานถึง 9 ปี โดยตอนที่ย้ายจากมิดเดิ้ลสโบรช์มาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดนั้น เจ้าตัวกลายเป็นผู้ครอบครองสถิติกองหลังที่มีมูลค่าในการย้ายทีมแพงที่สุดในช่วงดังที่กล่าวถึงแล้วทันที

ส่วนความสำเร็จต่างๆภายใต้สีเสื้อของอสุรกายแดงเจ้าตัวก็ปัดกวาดมาเรียบ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย และก็ยูฟ่า คัพ อีก 1 สมัย ก็เลยไม่แปลกนักถ้าจะกล่าวว่า แกรี่ พัลลิสเตอร์ คือต้นตระกูลชั้นเลิศของเลข 6 ที่แมนฯ ยูไนเต็ด

ยาป สตัม

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: ดัตช์

ถ้าเกิดไม่มีปัญหากับป๋าซะก่อน ยาป สตัม บางทีอาจได้สวมเบอร์ 6 เป็น 10 ปี

ยาป สตัม เป็นด่านข้างหลังชนิดดุที่เต็มไปด้วยความถนัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังควรมี โดยเขาเป็นทายาท เลข 6 ลำดับที่ 2 ข้างหลังย้ายจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาร่วมถิ่นอสุรกายแดงในปี 1998

ยักษ์ใหญ่ชาวฮอลล์แลนด์ผู้นี้ค้าหน้าแข้งอยู่ภายใต้สีเสื้ออสุรกายแดงอยู่เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในช่วงดังที่กล่าวถึงแล้วเจ้าตัวก็มีส่วนร่วมในการนำแมนฯ ยูไนเต็ดได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติด, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และยังรวมไปถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันลือลั่นในปี 1999 อีกด้วย

น่าเสียดายที่ช่วงเวลาในรั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดดูเหมือนจะสั้นไปนิด ด้วยเหตุว่าสตัม ถูกเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ขายให้กับลาสิโอ ในปี 2001 โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญนั้นเช้าใจกันว่า เฟอร์กูสัน ไม่สบอารมณ์อย่างมากที่สตัม เขียนในหนังสืออัตประวัติของเขาว่า เฟอร์กี้ เพียรพยายามซื้อตัวเขาโดยมิได้รับการอนุญาตจากต้นสังกัดเก่าอย่างพีเอสวี เดี๋ยวนี้ ยาป สตัม ในวัย 44 ปี รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมเร้ดดิ้ง ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

โลร็องต์ บล็องก์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: ฝรั่งเศส

โลร็องต์ บล็องก์ อดีตกาลกองหลังทีมชาติฝรั่งเศส ที่เคยคว้าทั้งแชมป์โลก 1998 และก็ยูโร 2000 ถือเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ที่ได้สวมเสื้อเลข 6 ของแมนฯ ยูไนเต็ด ภายหลังที่บล็องก์ย้ายจากอินเตอร์ มิลานมาร่วมทีมในปี 2001

เป็นที่รู้กันว่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ปรึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก เพียรพยายามจะดึงตัว โลร็องต์ บล็องก์ มาร่วมรั้วอสุรกายแดงอยู่หลายคราวนับตั้งแต่ปี 1996 แม้กระนั้นกว่าจะมาสำเร็จก็คือในปี 2001 ซึ่งในเวลานั้นบล็องก์ก็มีอายุถึง 35 ปี และก็จำต้องแบกรับความกดดันมากมายก่ายกอง ด้วยเหตุว่าจำต้องกลายเป็นตัวแทนของ ยาป สตัม ผู้ครอบครองเลข 6 คนเก่าที่ถูกขายออกไป

แม้ในระยะแรกๆบล็องก์จะถูกวิภาควิจารณ์อย่างหนักจากผลงานที่ไม่ดีนัก แม้กระนั้นก็สามารถพัฒนาฟอร์มการเล่น และก็มีส่วนช่วนให้แมนฯ ยูไนเต็ดได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงฤดูกาล 2002-2003 ได้อีกด้วย และก็ในปี 2003 เจ้าตัวก็ประกาศห้อยสตั๊ดทำให้แมนฯ ยูฯ กลายเป็นทีมในที่สุดที่บล็องก์เคยค้าหน้าแข้งในฐานะนักฟุตบอลทันที

ริโอ เฟอร์ดินานด์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: อังกฤษ

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เกลียดชังเบอร์ 6 ขอแปรไปสวมเบอร์ 5

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นเจ้าของสัมปทานเลข 6 ของเร้ด เดวิลส์ คนที่ 4 ต่อจากโลร็องต์ บล็องก์ โดยเฟอร์ดินานด์ สวมเบอร์ 6 ลงเล่นเพียงแต่ฤดูเดียวคือ ฤดู 2002-2003 เนื่องด้วยโลร็องต์ บล็องก์ เปลี่ยนจากเบอร์ 6 ไปใส่ เบอร์ 5 แม้กระนั้นภายหลังจากบล็องก์ห้อยสตั๊ดในปีต่อมา เจ้าตัวก็เลยย้ายไปใส่เบอร์ 5 นับแต่บัดนั้น

ด่านข้างหลังคนเก่งย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ด มาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าจ้างมากมายก่ายกองถึง 30 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้ครอบครองสถิตินักฟุตบอลอังกฤษที่ค่าจ้างแพงที่สุดในขณะนั้น และก็ยังเป็นกองข้างหลังที่ค่าจ้างแพงที่สุดในโลกในช่วงดังที่กล่าวถึงแล้วอีกด้วย

เฟอร์ดินานด์ ไปถึงเป้าหมายอย่างยิ่งในช่วงกับอสุรกายแดง โดยมีส่วนช่วยให้ทีมเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย และก็แชมป์สมาพันธ์โลกอีก 1 สมัย นอกนั้นยังติดทีมเยี่ยมที่สุดที่ปีของพรีเมียร์ลีกถึง 6 ครั้ง (5 ครั้งกับแมนฯ ยูฯ และก็ 1 ครั้งกับลีดส์ ยูไนเต็ด)

เวส บราวน์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: อังกฤษ

เวส บราวน์ ถือเป็นเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ดขนานแท้ ด้วยเหตุว่าเขาเกิดในเมืองแมนเชสเตอร์ และก็ถูกดันขึ้นมาจากชุดเยาวชนของอสุรกายแดง ซึ่งบราวน์เป็นทายาทเลข 6 ต่อจาก ริโอ เฟอร์ดินานด์ ทันทีในช่วงฤดูกาล 2003-2004 ที่เฟอร์ดินานด์ย้ายไปใส่เลข 5

เวส บราวน์ ประเดิมสนามให้กับเร้ด เดวิลส์ ในวันที่ 4 พ.ค. 1998 ที่แมนฯ ยูไนเต็ด เจอกับลีดส์ ยูไนเต็ด ในฐานะผู้เล่นสำรอง ซึ่งในช่วงฤดูกาลถัดมาเจ้าตัวก็เริ่มได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่บ่อยครั้งขึ้น แม้กระนั้นในบางครั้งก็ถูกโยกไปเล่นแบ็กขวา แม้ว่าตำแหน่งถนัดของเจ้าตัวจะเป็นตำแหน่งด่านข้างหลังตัวกลาง

แม้จะเป็นผู้เล่นที่แฟนอสุรกายแดง หรือทีมอื่นๆเหน็บแนมในเรื่องที่เจ้าตัวมักมีข้อผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง แม้กระนั้นตลอดระยะเวลากิจการค้าหน้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวก็คว้าเหรียลรางวัลไปครอบครองอย่างล้นหลาม ดังเช่น พรีเมียร์ลีก 7 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย และก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย

จอนนี่ อีแวนส์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: ไอร์แลนด์เหนือ

จอนนี่ อีแวนส์ ด่านข้างหลังทีมชาติไอร์แลนด์เหนือที่เติบโตมาพร้อมกับอคาเดมี่ ของแมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นผู้ครอบครองเสื้อเลข 6 คนปัจจุบันก่อนที่มันจะว่างลง เป็นระยะเวลา 1 ฤดู ข้างหลัง อีแวนส์ ย้ายไปร่วมทัพเวสต์บรอมวิช ในปี 2015 ก่อนที่ ปอล ป็อกบา จะมาสานต่อในช่วงฤดูกาลนี้

อีแวนส์คืออีกหนึ่งลูกหม้อที่เติบโตมาพร้อมกับอสุรกายแดงโดยแท้ ด้วยเหตุว่าเป็นผู้เล่นที่ถูกดันขึ้นมาจากอคาเดมี่ของสมาพันธ์ ซึ่งในระยะแรกๆก็มิได้ได้โอกาสลงสนามให้ทีม เนื่องด้วยถูกปล่อยให้ทีมอื่นๆยืมตัวไปใช้งาน จนกระทั่งปี 2007 ก็ได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ดในเกมลีก คัพ กับวัวเวนทรี

ทั้งนี้ในระยะแรกเจ้าตัวมิได้สวมเลข 6 แม้กระนั้นเป็นเลข 23 จนตราบเท่า ฤดู 2011-2012 ก็ได้มาสวมเสื้อเบอร์ 6 นี้ ภายหลังที่ เวส บราวน์ ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานเดิมย้ายทีมไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์

ถ้าไล่ดูก่อนยชื่อบรรดาผู้ครอบครองสัมปทานเลข 6 คนก่อนๆก็จะเห็นได้ว่า บรรดาผู้เล่นเหล่านั้นต่างมีตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก หรือด่านข้างหลังตัวกลางด้วยกันทั้งหมด แตกต่างจาก ปอล ป็อกบา ที่มีตำแหน่งเป็นมิดฟิลด์ มิหนำซ้ำยังค่อนไปทางมิดฟิลด์ตัวทำเกมรุกอีกด้วย

แม้กระนั้นอาจไม่ใช่เรื่องที่พิศดารนัก ด้วยเหตุว่าในปัจจุบันพวกเราเห็นผู้เล่นหลายท่านใส่เลขที่อาจจะมิได้ตรงกับภาพในอุดมคติเรื่องเลขเสื้อของใครหลายๆคน ด้วยเหตุว่าพวกเรามักมีความรู้สึกว่า เลข 1 คือผู้เฝ้าประตู, เลข 10 คือเพลย์เมกเกอร์, เลข 9 คือหัวหอกตัวเป้า

ยกตัวอย่างเช่น เลข 1 ที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ปลายๆแน่นอนว่าต้องเป็นผู้เฝ้าประตูที่ใส่เบอร์นี้ แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ที่เคยสวมเบอร์นี้ ด้วยเหตุว่าพานเทลิส คาเฟส อดีตกาลนักฟุตบอลทีมชาติกรีซซึ่งเล่นเป็นกองกลางเคยสวมเลข 1 โลดแล่นรอบๆดินแดนกลางมาแล้วในสมัยที่ค้าหน้าแข้งอยู่กับเออีเค เอเธนส์ และก็ โอลิมแฉะอส

ดังนั้นแล้วแม้เลขของfun888ปอล ป็อกบา ที่สวมลงสนามให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูนี้จะเป็นเลข 6 ก็อาจไม่น่าประหลาดใจ ด้วยเหตุว่าสมัยที่อยู่กับยูเวนตุๆสเจ้าตัวก็ใส่เบอร์ 6 มาถึง 3 ปี ก่อนที่จะย้ายมาใส่เบอร์ 10 ภายหลังจากคาร์ลอส เตเวซ ย้ายออกกจากทีมไป

ลึกๆแล้วมั่นใจว่าป็อกบา และก็แฟนอสุรกายแดงเองก็อาจจะต้องการให้มิดฟิลด์ค่าจ้างแพงรายนี้ใส่เลข 10 แม้กระนั้นอาจเกิดเรื่องยากยิ่ง ด้วยเหตุว่าผู้ครอบครองเบอร์ 10 คนเดี๋ยวนี้มีตำแหน่งเป็นถึงกัปตันทีม แถมค่าแรงงานมากมายก่ายกอง ด้วยเหตุนี้แล้วทางเดียวก็คือภาวนาให้ผู้ครอบครองคนเก่าหมดวาระกับทีมเสียเชิง ฮ่าๆ

DELE ON SHIRT

ว่ากันด้วยเรื่องของความ ''อินดี้'' คำศัพท์นี้เป็นคำศัพท์ที่ข้อกำหนดขึ้นโดยวัยรุ่น (ไหน?) ประเทศไทยที่ตัดเอาเฉพาะพยางค์หน้าของคำว่า ''Independent'' มาเรียกสั้นๆเพื่อความรู้ความเข้าใจง่ายๆกับคำจำกัดความตามตัวคือ อิสระ

จริงๆแล้วก็ไม่รู้จักหรอกว่าผู้ใดกันแน่ใช้มันเป็นคนแรก เพียงจู่ๆคำนี้ก็เรี่ยราดในสังคมวันรุ่นไทย แล้วหลังจากนั้นก็ใช้กระจัดกระจายต่อกันไปแบบไม่มีที่มาที่ไป ใช้กันแบบงงๆ

มันเป็นคำศัพท์ที่ใช้กล่าวติดต่อกันทั่วไป ไม่ต้องเป็นทางการอะไรมาก เอาแค่ว่ารู้เรื่องตรงกันเป็นพอว่ามันหมายความว่าอย่างงี้

ตรงนี้แหละมั้งที่เรียกว่า อิสระ

อิสระในการคิด, การพูด, การแต่งตัว หรือกระบวนการทำอะไรนอกกรอบ แปลกๆแหวกแนวที่คนทั่วไปไม่ค่อยทำกัน ถ้าหากเป็นด้านบวกก็เรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์ แต่ว่าแม้เป็นอีกด้านเรียกแบบซอฟต์ๆหน่อยก็คงเป็น ไอ้นี่ไม่เป็นประโยชน์แน่ๆ!!

หลายแวดวงเริ่มแผ่กระจายความคิดนอกกรอบ ไอเดียล้ำๆผุดขึ้นมาให้แปลงเป็นจุดขาย แปลงเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ให้บุคคลทั่วไปเห็นแล้วรู้สึกคลั่งไคล้อยากปฏิบัติตามบ้าง

รวมทั้งแวดวงฟุตบอลก็ยอดเยี่ยมในนั้น ไล่ตั้งแต่แฟชั่นสตั๊ดสีจี๊ดๆแฟชั่นทรงผม เบอร์เสื้อแปลกๆรวมทั้งที่ครีเอตไม่แพ้เรื่องอื่นเลยก็คือ ชื่อนักฟุตบอลด้านหลัง

แม้มันจะดูไม่แปลกแหวกแนวเท่าไร แต่ว่าก็พอเรียกความเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมได้ไม่น้อย ทั้งชื่อฉายา ชื่อกึ่งกลาง หรือชื่อหน้า มีให้เห็นกันมาก

แม้ไม่นับพวกนักฟุตบอลในลีกอเมริกาใต้ทั้งหลายแหล่ หรือบางโอกาสนักฟุตบอลเชื้อสายสแปนิช, โปรตุกีส หลายท่านที่จำเป็นจะต้องย่อชื่อ เพราะเหตุว่าชื่อทางการจริงๆมันยาวจนยากที่จะยัดใส่ข้างหลังเสื้อให้พอดิบพอดี มันก็เลยจะต้องครีเอตกันหน่อย

แต่ว่าสำหรับนักฟุตบอลทั่วไป โดยเฉพาะหน้าแข้งพรีเมียร์ลีกที่มีชื่อหน้า รวมทั้งชื่อสกุลธรรมดา ส่วนมากจะสกรีนเป็น ชื่อสกุลเอาไว้ เพราะเหตุว่าแม้ใช้ชื่อหน้ามันก็เกร่อจนเหลือเกิน อย่างแค่เรียกชื่อ โจนาธาน เพียงครั้งเดียวคนก็หันพร้อมเป็นพันแล้ว

จะมีเพียงแต่กลุ่มก้อนเล็กๆเพียงแค่นั้น ที่ฉีกความธรรมดาสามัญของประชาชน เอาที่พอจะจำได้เลยก็ ราเวล มอร์ริสัน อดีตกาลหน้าแข้งพรสววรค์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปักชื่อหน้าของตัวเองข้างบนเลขลำดับเสื้อ ในช่วงที่ค้าหน้าแข้งกับ ''ขุนค้อน''

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ลูกกระสุนปืนสำรองของผีแดงก็เหมือนกันที่เอาฉายา ชิชาริโต้ มาเป็นจุดขาย เรียกความคลุ้มคลั่งของแฟนบอลได้ไม่น้อยไปกว่าซูเปอร์สตาร์ตัวหลักของกลุ่มเลย

หรือถ้าหากจะนั่งไทม์แมชีนกลับไปอีกหน่อย อดีตกาลหน้าแข้งผีที่โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เมื่อพกเอาเลือดเนื้อเชื้อไขของความเป็นอัจฉริยะลูกหนังของผู้เป็นบิดาผู้ครอบครองสมญา ''นักฟุตบอลเทพดา'' ก็ยังสกรีนชื้อหน้า ยอร์ดี้ ไว้ห้วนๆเลย

แม้แต่ คริสเตียน เบนิเตซ กับฉายา ยกโช่ บนเลขลำดับ 11 กับอาภรณ์เบอร์มิงแฮม หรือ สเตลิออส ยานทุ่งนาวัวปูลอส กับชื่อ สเตลิออส สมัยเป็นผู้นำกองทัพให้โบลตันเองก็เป็นไปกับเขาด้วย

ลามมาจนถึง เมมฟิส เดอขว้างย ที่ใช้ชื่อหน้าของตัวเองเป็นเพราะเหตุว่าเขาไม่ค่อยมีความผูกพันธ์กับพ่อเสียเท่าไร เลยถือนำชื่อหน้ามาใช้บนข้างหลังเสื้อของตัวเอง แต่ว่ามันก็ดูอินดี้ดีเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันความอินดี้ได้รับการสืบสานต่อมาจนถึง เดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรงของ ''ไก่เดือยทองคำ'' เมื่อซีซั่นนี้กองกลางวัย 20 ปีจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อหน้าของตัวเองที่ด้านหลังเสื้อ ภายหลังฤดูกาลที่แล้วใช้อัลลี่มา 1 ฤดูกาลเต็มๆ

''ที่ผมอยากได้ใช้ชื่อของผมแทนชื่อสกุล เพราะเหตุว่าผมมีความคิดว่าผมไม่มีความผูกพันอะไรทั้งหมดกับ ชื่อชื่อสกุลอัลลี่''

''นี่ไม่ใช่การตัดสินของผมคนเดียว แต่ว่าเมื่อลองคุยขอคำแนะนำกับครอบครัวแล้ว ผมจึงทำอย่างนั้นในทันที'' ดาวรุ่งยิดโด้บอกเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนชื่อว่าอย่างนี้

ได้ยินเรื่องของอัลลี่แล้วเชิญหม่นหมองนิดหน่อย เมื่อครอบครัวที่เขาเอ่ยถึงนั้น มิได้อบอุ่นเสมือนคนทั่วไปซักเท่าไหร่ เริ่มตั้งแต่การหย่าร้างของบิดามารดาก่อนที่เขาจะลืมตาดูโลก ซ้ำยังเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นไปกว่านั้นคือการจะต้องจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่อายุ 13 ปี ต้นเหตุก็เพราะว่าแม่ติดเหล้า

จากนั้นก็แต่งงานที่บริบูรณ์พร้อมกว่าเป็นผู้เลี้ยงดูเขาในฐานะบุตรบุญธรรม ช่วยส่งเสริมให้อัลลี่เดินทางตามความฝันของตัวเองสำเร็จ

เริ่มเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลกับ สิตี้ วัวลต์ ก่อนที่จะเปลี่ยนรกรากของสถานที่เรียนลูกหนังสู่ มิลตัน คีนส์ ตอนอายุ 11 ขวบ รวมทั้งผ่านการบ่มเพาะประสบการณ์กับระบบเยาวชนของกลุ่ม รวมทั้งเมื่อเริ่มเขี้ยวได้ที่จึงได้รับจังหวะให้ประเดิมกับกลุ่มชุดใหญ่ในอายุ 16 ปี ด้วยการลงเป็นตัวสำรองในเกมที่เสมอ เคมบริดจ์ 0-0 ศึกเอฟเอ คัพ ตอนวันที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2012

รวมทั้งเกมกลางแจ้งกำเนิดของเขากับหน้าที่นักฟุตบอลอาชีพ คือการเป็นตัวหลักช่วยทำให้ มิลตัน คีนส์ ล้ม แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมลีก คัพ รอบ 2 ด้วยสกอร์ที่จะต้องขยี้ตาซ้ำมากรอบ เมื่อจำนวน 4-0 บนสกอร์กระดานปรากฏสู่สายตาแฟนบอลในวันนั้น

จบเกมปุบปับ แสงสปอตไลต์ส่องไปที่ เดเล่ อัลลี่ ปั๊บ แถมยังเนื้อหอมถึงขึ้นยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค รวมทั้ง ลิเวอร์พูล แทรกไหล่ชะเง้อคอตามจีบดาวรุ่งเนื้อหอมรายนี้ให้ย้ายไปร่วมกลุ่ม

ดังได้ไม่นานการย้ายกลุ่มก็เกิดขึ้นจริงๆแต่ว่าชมรมใหม่ของอัลลี่ก็ไม่ใช่ทั้งคู่กลุ่มที่ว่ามา แม้เป็น ''ไก่เดือยทองคำ'' ที่เป็นข้างสมหวัง รวมทั้งที่นี่เอง อัลลี่เริ่มฉายออร่าเทวดาไต่เต้าเองขึ้นมาเล่นกับกลุ่มชุดใหญ่ได้สำเร็จ กับผลงานการซัด 10 ประตูในลีกจากการลงเล่นทั้งผอง 33 เกม แถมด้วยแอสซิสต์ไป 9 ครั้ง

ฟอร์มเด่นได้ขนาดที่ รอย ฮ็อดจ์สัน จำเป็นจะต้องคีบไปฝ่ายูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส ด้วยเลย

เมื่อโปรไฟล์ในเรซูเม่ของหน้าแข้งดาวรุ่งสวยงามไม่มีที่ตำหนิขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่เขาจะได้รับรางวัลดาวรุ่งดีที่สุดแห่งปีของซีซั่นที่แล้ว มาเป็นเกียรติขั้นประจำตัว

ฟอร์มเปล่งประกาย แถมมีรางวัลส่วนตัวยืนยันความยอดเยี่ยมขนาดนี้ อยากจะอินดี้แค่ไหนก็ไม่มีใครกล้าทักท้วง แม้เค้นฝีเท้าให้เป็นที่ปรากฏชัดเจนก่อนเป็นลำดับแรก ที่เหลือก็แล้วแต่สไตล์คุณ

ซึ่งฤดูกาลใหม่นี้ เดเล่ อัลลี่ ยอดเยี่ยมในหน้าแข้งอินดี้ที่ใช้ชื่อหน้าของตัวเองเป็นชื่อด้านหลังเสื้อแข่งขัน ร่วมกับ เมมฟิส เดอขว้างย ตัวรุกขอบเส้นจากค่ายสีแดงแห่งเมืองแมนเชสเตอร์

ที่พอเทียบเคียงความอินดี้แล้วมีพอกัน แต่ว่าฝีเท้าที่แสดงออกมาสู่สายตาแฟนบอลทั้งโลกโคตรจะแตกต่างกันเลย

อันดับ 4 ลีกอังกฤษ หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

ถ้าหากไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของเราซะก่อน พรรคพวกซาตานแดงคงจะคุ้ยผ่านเข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุด ยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ
นี่คือโทรฟี่ที่มีความหมายระดับยอดเพียงแต่รายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่ว่าสัมผัสเลยนะครับ – ไม่เคยเฉียดฉิวใกล้ด้วยซ้ำ
ดูอย่างกับว่าถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกชะตากับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมจำนวนมากพวกเขามักดำรงชีวิตอย่างหรูหราและก็มีตระกูลกว่าบนทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตัวเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักที ซึ่งจำนวนมากเป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจเพียงแต่ฤดูนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" กลายเป็นวัตถุประสงค์อันดับที่หนึ่งที่พรรคพวกซาตานแดงจำเป็นต้องเอามาให้ควรได้
เว้นแต่จะเป็นชื่อเสียงและก็การบรรลุเป้าหมาย มันอาจจะเป็นเพียงแต่ทีทางเดียวที่ช่วยทำให้พวกเขากลับไปสู่ทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกที
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จัดว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากนะครับ สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" และก็ "นามธรรม" เลยทีเดียว ด้วยเหตุว่าเว้นแต่จะเป็นแหล่งรายได้อย่างมากมาย – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่แตกต่างจากพลังยั่วยวนใจผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมกลุ่มอีกด้วยที่สำคัญคือการแทรกตัวเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ขั้นแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนเกิดเรื่องยากมากขึ้นเรื่อยๆทุกครั้ง
วันก่อนพึ่งจะครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คาที่อยู่ในอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าแล้วหลังจากนั้นก็ล้อเลียนกันสนุกสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆคงจะทำบุญร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในอันดับ 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
ประมาณดูแล้ว ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหนีอันดับ 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ ด้วยเหตุว่าจะว่าไปในฤดูนี้ พวกเขาได้โอกาสสลัดอันดับ 6 ของตนทิ้งไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 4-5 ครั้งเมื่อใดก็ตามจังหวะพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันจำเป็นต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมล่าสุดที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นถ้าหากผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นฝ่ายมีชัยก็จะดีดอันดับ 6 ทิ้งไปได้อย่างแน่แท้ขั้นต่ำๆ2 สัปดาห์ แต่จนแล้วจนรอดก็กลับยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้แขกไม่ได้ ทั้งที่คู่ปรปักษ์เหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดลูกโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้คงจะถูกใครสักคนบนฟ้ากลั่นแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็น่าจะถูกสาบให้อยู่ในอันดับ 6 ตลอดกาลตราบจนกระทั่งจะจบฤดู เท่านั้นยังไม่พอการมีศึกอื่นๆรอบด้านทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่ขับเคี่ยวอย่าง ลิเวอร์พูล
สถานการณ์ล่าสุด กลุ่มอันดับ 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกกลุ่มอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งน้อยกว่า 2 นัดก็ตามแต่ต่อยก่อนดีกว่านะครับคือตาม 6 แต้ม โดยแข่งน้อยกว่า 2 นัด ดูผิวเผินเหมือนไม่เสียเปรียบอะไร – แค่ชนะ 2 นัด แต้มก็จะเท่ากันทันที
แต่ว่ามันยังไม่เกิดขึ้นไงนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมารับประกันด้วยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดที่หลงเหลือ ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเป็นระเบียบ และก็นำอยู่ 6 แต้มคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เทียบเป็นจุดลูกโทษ ลิเวอร์พูล ก็สังหารไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก ในเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงคราวหน้า 2 ครั้ง แต่แม้กระทั่งเข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำได้แค่ตีเสมอ ไม่ซ้ำยังบีบคั้นกว่าทีนี้มาดูโปรแกรมที่คงเหลืออยู่ของทั้ง 2 กลุ่มนะครับ
ลิเวอร์พูล เหลือเจอกลุ่มใหญ่ร่วมกันแค่เพียงนัดเดียว คือบุกไปเยี่ยม แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ แล้วหลังจากนั้นก็มีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัด นอกจากนี้อีก 8 นัดที่เหลือ มีแต่กลุ่มที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด จัดว่าหนักกว่านะครับ ด้วยเหตุว่ายังจำเป็นต้องเจอกลุ่มใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมถึงนัดหลงเหลือกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการเจอกลุ่มพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุว่าพึ่งจะเอาชนะได้แค่ "น้องไก่" กลุ่มเดียวในฤดูนี้
ด้วยเหตุนั้นการหวังว่าจะได้อันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก และก็ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนเป็นอะไรที่เกินตัวไปสักนิดสักหน่อยว่าแล้วคงจำเป็นต้องเลือกนะครับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบสุดกำลัง ด้วยเหตุว่ามันคงยากที่จะเก็บเธอไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัด ตามหลังอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งน้อยกว่า 2 นัด ประตู-ได้เสียด้อยกว่าอยู่ถึง 8 ประตู มีความหมายว่าแม้กระทั่งชนะทั้ง 2 นัดในเกมหลงเหลือ ถ้าหากคิดจะแซงหงส์แดงก็จำเป็นต้องชนะคู่ปรปักษ์ 2 นัดรวมกันให้ได้มากยิ่งกว่า 8 ประตูและก็ไม่เพียงแค่ ลิเวอร์พูล ยังมีกลุ่มอันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องฟาดฟันด้วย
อย่างนี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก สุดกำลังเลยดีกว่า ด้วยเหตุว่าถ้าหากเอาชนะ รอคอยสตอฟ ได้สำเร็จในเกมเมื่อคืนนี้วันพฤหัสฯ ถ้าหากจะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกแค่ 5 เกมเท่านั้น (2 เกมในรอบ 8 กลุ่ม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดชิงฯ)
ถ้าหากคิดจะเอาทั้ง 2 รายการ คืออันดับ 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย เว้นแต่จะเกินตัวแล้ว บางครั้งมันอาจดึงกันเองกระทั่งพุ่งเข้าชนความไม่ประสบผลสำเร็จทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีพนันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีกว่า ว่าแล้วหลังจากนั้นก็เอาค้อนปอนด์มา "ตีหม้อข้าว" ของตนในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
คือไม่ต้องสนกับการฉกชิงอันดับ 4 อีกต่อไปพลางทำใจสารภาพอันดับ 6 ของตนว่ามันก็น่ารักดีเช่นเดียวกันนะ แล้วเน้นไปในทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงแต่รายการเดียว เปรียบได้ดั่งการตีหม้อข้าวตัวเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของข้าศึก ถ้าแพ้ ถ้ายึดไม่ได้ก็จะไม่มีข้าวเขมือบส์ ด้วยเหตุว่าตัวเองตีหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ดังนั้นจำเป็นต้องเอาชนะข้าศึกหรือคว้าชัยชนะให้ได้เพียงแต่สถานเดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากความคิดของที่ปรึกษาหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้วิธีนี้นะครับ คือตีหม้อข้าวตัวเองทิ้งไปเลย โดยจัดกลุ่มแบบไม่เต็มสูบในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นหนักใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (กระทั่งถูกสหายร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาอันดับ 4 ไปครอง)

เคสซิเย่ เผยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝัน แต่ไปสิงห์บลูก็ได้เช่นกัน

ฟรองค์ เคสซิเย่ มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ อตาลันต้า ยอมรับว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของ ปีศาจแดง แต่ถ้าเป็น สิงโตนํ้าเงินคราม ก็พร้อมที่ย้ายเหมือนกัน

 

เคสซิเย่ กําลังทําผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อตาลันต้า โดยตัวเขาลงเล่นไปแล้ว 20 เกมทําได้ 6 ประตูและ 1 แอสซิสต์มีส่วนช่วยให้ อตาลันต้า อยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนกัลโช่ เซเรียอาในเวลานี้

 

มิดฟิลด์วัย 20 ปีเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี,อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝันของผม''

 

''แต่เชลซีก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน''

เวย์น รูนีย์ ปัดไปจีนขออยู่ช่วยผีก่อน

เสี่ยหมู กองหน้ากัปตันทีมของ ปีศาจแดง ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าตัวเขากําลังจะย้ายไปลงเล่นที่แดนมังกร ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

ศูนย์หน้า วัย 31 ปีตกเป็นข่าวลืออย่างหนักว่ากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศจีนแถมตัวเขายังไม่ได้รับการการันตีเป็นจริงที่ ปีศาจแดง อีกด้วย

 

แม้เอเยนต์ส่วนตัวของ เสี่ยหมู จะเดินทางไปเจรจาถึงประเทศจีน แต่ทุกอย่างต้องจบลงเพราะเจ้าตัวออกมาปฏิเสธข่าวลือทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

''ผมจะอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป ผมดีใจมากที่ได้รับความสนใจจากสโมสรต่างๆ''