จิ้งจอก ปะทะ ปีศาจแดง


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ แชมป์ตี้ ต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าดึงดูดอีกหนึ่งคู่ในสัปดาห์นี้
สถานะการณ์ทั้งสองกลุ่มที่ไม่เหมือนกันทำให้เดิมพันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ฟอกส์" อยู่ชั้น 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 อีกทั้งชั้นท้ายที่สุดของตารางคะแนนคือซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์เพียงแค่ 5 แต้ม ซึ่งพูดได้ว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่มากมายอะไร

ไม่ใช่เพียงแค่ชั้น 18 อย่างคริสตัล พาเลส เพียงแค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปยันเสมอแมนฯยูฯ รวมทั้งแมวดำได้โอกาสลดช่องว่างในเรื่องที่เลสเตอร์เสียท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อจัดการแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "อสุรกายแดง" กลุ่มที่รองประธานชมรมเลสเตอร์ สิตี้ เป็นแฟนๆมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ ท่องเที่ยวนี้ไม้่มีโอกาสมากเท่าไรนัก ถ้าหากหวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากเสียท่าเสมอฮัลล์ สิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

ชั้นก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเหลือเกิน ดังนั้นเกมนี้จำต้องบุกมาสอยเลสเตอร์ค้างบ้านให้ได้ ไม่เช่นนั้นช่องว่างอันโดนยืดรวมทั้งพวกเขาก็อยู่ชั้นหกต่อไป

สถานะการณ์ที่อยากความมีชัยทั้งสองกลุ่มแบบงี้….ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกติเตียนก ดึงเกม เพราะว่าผลเสมอส่งผลเสียต่อทั้งสองกลุ่มแน่นอน

ว่ากันถึงเจ้าบ้านเดี๋ยวนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี ประจันหน้ากับปัญหายิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพราะว่าคนคาดหวังเรื่องแชมป์เก่า โน่นมันคือเทพนิยายที่จบไปแล้ว ปัญหาคือพวกเขาเปลี่ยนเป็นกลุ่มที่จำต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดหรือเปล่ารอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักฟุตบอลได้ขวัญกำลังใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่อวยพรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แม้กระนั้นในช่วงเวลานั้นสถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์คงไม่ได้ นักฟุตบอลจำต้องสู้สุดกำลังเพื่อความมีชีวิตรอดไม่เป็นอันตรายในลีกสูงสุด

มองคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่เลวที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นต่อมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูคนไหนกันมาสี่ครั้งติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับสิ้นยุค ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ เดือนพฤศจิกายน 2014

ยุค เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงคนไหนกัน 5 ครั้งติดต่อกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้เปลี่ยนเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังไม่ชนะคนไหนกันนอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดหมายนอกจากนั้นแพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่ชั้น 19 คือชั้นตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักฟุตบอลได้ฝ่าสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน ชั้นคะแนนเฉพาะในบ้านชั้น 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆหากไม่คิดมากเล่นในบ้านจำต้องชนะให้เป็นประจำเข้าไว้ พวกเขาได้โอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรฐานรากของกลุ่มที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด แบบงี้ไม่ตกชั้นแน่ๆประกันได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้บรรลุเป้าหมาย มาแล้วทั้งหมด

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกเรื่องหนึ่งคือสภาพกลุ่มของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลับปรากฏว่านักฟุตบอลค่าจ้างแพงดีกรีระดับกลุ่มชาติผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย กลับไม่ได้ช่วยกลุ่มรวมทั้งเล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

ไม่เหมือนกับโนเนมทั้งหลายแหล่ที่เล่นกับกลุ่มมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำได้ดีมากกว่ากระจ่าง

การที่นักฟุตบอลใหม่ศักยภาพสูงๆไม่สามารถเล่นได้ดีนั้น คือปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดหัวเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งพิงแข่งขันชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชมรม

จุดนี้…รานิเอรี จำต้องเร่งปรับแก้ เพราะว่าช่วงกลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัดหมาย นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้เหน็ดเหนื่อยเล่นอีกหนึ่งเกม ดังนั้นแต้มจำต้องมา จำต้องได้ ความมีชัยจำต้องเกิดขึ้น จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุยงไนเต้ดเลยมั้ย

ผมมองว่า…หากพวกเขาชนะอสุรกายแดงได้ ความเชื่อมั่นและมั่นใจ เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็อยากกระตุ้นสมาชิกให้ฝ่าสู้กับแมนฯยูฯ รวมทั้งเน้นย้ำความมีชัยหรืออย่างเลวเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างอาจถูกลดน้อยลง แม้กระนั้นชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จำต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดกลุ่มของเขาเช่นไรดี

ปีนีจำต้องยอมรับว่าเว้นแต่ปัญหาเกี่ยวกับกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นกลับเล่นในลีกได้ห่วยลง ส่วนใดส่วนหนึ่งก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด ยักษ์เรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ ยักษ์เรส โดนจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่น่าพิศวงเสมือนปีที่แล้ว

เกมรุกเลยขาดความน่าสยดสยองลง…ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่ได้โอกาสรับบอลสวยๆรวมทั้งหลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมาก เน้นย้ำเชิง ตั้งรับคอยสวนเหมือนกันเลยเปลี่ยนเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันคือปัญหาที่มารวมตัวกันจนทำให้ รานิเอรี ปวดหัว แม้กระนั้นแต่มั่นใจว่า รานิเอรี คงจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ คือเอานักฟุตบอลชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องบอกหลับตาคิดภาพออกสำหรับ 5 ด่านข้างหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กึ่งกลางรับ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกันกับ เอนดิดี รวมทั้ง อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, ยักษ์เรส รวมทั้ง เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 ดูให้ดี โอกาซากิ ปีนี้ตกเป็นตัวสำรองหลายครั้ง

รานิเอรี ไม่น่าจะเน้นย้ำเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่นอน การตั้งรับจะแบบไหนอีกเรื่องหนึ่งขอรับ

รับลึกหน้าเขตโทษหรือเต็มพื้นที่ในแดนตนเอง คุมโซน คอยดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปล่อยให้ กลุ่มมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าพบ แทกติเตียนกของ รานิเอรี คงจะออกมาแบบงี้ เพราะว่าอย่าลืมว่านัดปัจจุบันโดนสอยเลอะเทอะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

มั่นใจว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่ต้องการที่จะอยากให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้แบบงั้นอีก

เช่นเดียวกันขอรับปีนี้พบแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ รวมทั้งพรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัดหมาย แม้กระนั้นโน่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ ดังนั้นซึ่งๆหน้าแฟนตนเองเกมนี้ จะปล่อยให้เป็นนัดหมายที่สามต่อเนื่องกันต่อผีแดงไม่ได้โดยเด็ดขาด

มันควรมีอะไรพิเศษงัดมาสู้…โน่นคือเกมรับแล้วคอยสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนพร่ำบ่นยับข้างหลังเสมอฮัลล์ สิตี้ 0-0 ทำให้่ชั้นไม่ขยับ ทั้งที่กลุ่มบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งคราวหลังกลับไม่สามารถฉกชุบมือเปิบนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ต่อไป

เกมนี้ มูรินโญ คงจะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกครั้งหลังจากนัดหมายก่อนจะว่าไปก็พลาดเหมือนกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงสนาม แม้กระทั้งชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวสารก็ไม่ได้บอกว่าเจ็บอะไร แม้กระนั้นทำไมไม่ได้ลงเล่นทั้งที่ ฟู ยังพอเพียงเป็นประโยชน์ต่อเกมที่มันทื่อๆแล้วทำอะไรคู่แข่งขันไม่ได้

นัดหมายนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งคือ มาร์กสิยาล ส่วนนักฟุตบอลที่แฟนผีอยากมองเห็นลงสนามมากที่สุด แม้กระนั้น มูรินโญ คงไม่ใช้คือ บาสเตียน ชไวน์สไตนร์

ไม่ทราบว่าโกรธแค้นอะไรหนักหนา…

ชไวนี พิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งที่นักฟุตบอลระดับเขาผ่านเกม ผ่านการบรรลุเป้าหมายมากกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วยซ้ำ อายุก็น้อยกว่า จะบอกว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่ขอรับ แม้กระนั้น มูรินโย กลับมองข้าม

ให้เล่นเพราะว่าในช่วงเวลานี้กองกลางไม่มีผู้ใดเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากกลุ่ม

ชไวนี ยังเป็นประโยชน์กับเกมระดับนี้ รวมทั้งเขาเองมืออาชีพ ซุ่มซ้อมกับกลุ่ม ไม่คิดย้ายกลุ่มไปไหน อยากพิสูจน์ตนเองว่าเป็นประโยชน์กับกลุ่ม แม้กระนั้น มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียไม่ได้ จำต้องมองว่านัดนี้จะใช้หรือเปล่า (คงไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวคงออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กึ่งกลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกันกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กสิยาล รวมทั้ง อิบราฮิโมวิช มั่นใจว่านัดหมายนี้ มาร์กสิยาล คงจะได้โอกาสลงเล่นตัวจริง หากไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ คงจำต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าบ้านแม้กระนั้นไม่น่าบุก เน้นย้ำเกมโต้กลับเพือหวังผลจู่โจมทรยศแมนฯยูฯ ดังนั้นเขาถูกบีบให้จำต้องบุก ก็คงบุกแบบไม่ผลุนผลัน รวมทั้งหวังจู่โจมขอบเส้น แล้วก็ใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้มีประโยชน์มากที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่หู องค์การอนามัยโลกธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกในอากาศดี แม้กระนั้นแบกสองข้างของเลสเตอร์ ก็ไม่ได้เล่นลูกในอากาศได้ดีเท่า มั่นใจว่าการจู่โจมของ มูรินโญ หากเน้นย้ำภาคพื้นอากาศ เขาคงจะเลือกเสาสองรวมทั้งเสาแรกเป็นหลัก มากกว่าบอมเข้าไปแถวจุดโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากข้างๆ พูดอีกนัยหนึ่งมันจำต้องให้่ผ่านหัว องค์การอนามัยโลกธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือไม่เช่นนั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่นะครับ หากแย่งโหม่งกัน

ที่เน้นย้ำตามมาคือบอลจังหวะสอง ในกรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จำต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ คงจะออกมาแบบงี้

บอลข้างๆ ครอสเข้ามาจะใช้เยอะรวมทั้งเน้นย้ำเซตพีส เพราะว่าดูแล้วเจาะตรงกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จำต้องลุ้นหัวข้อการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากน้อยขนาดไหน เพราะว่าปัญหาในช่วงเวลานั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกจากไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จำต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างโอกาสทองคำ

เมื่อค้อนปลดล็อกซะที

จะดี-ร้ายสักแค่ไหน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็น่าจะมีที่ยืนในสังคมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าต่อไป หลังเพิ่งจะกำชัยล้ำค่าในเกมเดิมพันแต้มไป-กลับเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา
ความมีชัยเหนือสวอนซี สิตี้ จากประตูโทนของ เชคู เรายาเต้ ได้ส่งให้กลุ่มขุนค้อนของ สลาเวน บิลิช หายใจเตียนคอขึ้นเยอะในชั้น 14 ของตารางคะแนน เหนือสิ่งอื่นใดยังดีดตัวทิ้งห่าง "หงส์ขาว" คู่แข่งขันในสนามเมื่อวันวานไปไกลถึง 8 แต้มอีกต่างหากจึงถือเป็นแมตช์ปลดแอกสำหรับชาว "เดอะ แฮมเมอร์ส" อย่างแท้จริง หลังเผชิญช่วงเวลาย่ำแย่สุดชี้แจงปราชัยในลีก 5 นัดรวด ไล่ตั้งแต่ปราชัยเชลซี 1-2, บอร์นมัธ 2-3, เลสเตอร์ 2-3, ฮัลล์ สิตี้ 1-2 และอาร์เซน่อล 0-37 เกมต่อเนื่องกันแพ้ผู้ใดกันแน่ ได้เพียงแค่ 2 แต้มจากผลเสมอเวสต์บรอมวิช 2-2 และวัตฟอร์ด 1-1ย้อนไกลกว่านั้น 9 แมตช์ปัจจุบันได้เฮเพียงแค่อย่างเดียวจากทริปฝ่าใต้ไปทุบเซ่าธ์แฮมป์ตัน 3-1
เพลานี้สภาพภูมิอากาศในกรุงลอนดอนช่างแจ่มใสสมกับฤดูใบไม้ผลิ มีแดดออกลมพัดกำลังพอดี ถ้าเกิดแม้กระนั้นคนละอารมณ์กันอย่างสิ้นเชิงในกลุ่มกองเชียร์เวสต์แฮม
สลาเวน บิลิช ผู้จัดการกลุ่มชาวโครแอตเรียกร้องให้ผู้ร่วมทีมยืนหยัดต่อสู้ด้วยกันระหว่างแถลงข่าวก่อนแมตช์ และในที่สุดก็มาได้รางวัลทดแทน
รูปเกมโดยรวมบางทีอาจไม่ค่อยสวยหรู ต่อเมื่อแง่งามเป็น "ความมีชัย" และผลงานการเล่นเกมรับที่น่าประทับใจ ไม่เสียประตูหนแรกในรอบ 11 นัด
ไลน์-อัพแปลงเพียงแค่ตำแหน่งเดียวจากนัดเยี่ยมอาร์เซน่อลเมื่อกึ่งกลางสัปดาห์ โดยส่ง โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ลงตัวจริงแทน แอนดี้ สนใจโรลล์ หอกร่างใหญ่ซึ่งสภาพร่างกายไม่ฟิต
ดูตามขั้นตอนการยืน สน็อดกราสส์ ลงเลื้อยขอบเส้นทางขวา อีกฟากเป็น มานูเอล ลันสินี่ ส่วน มิคาอิล อันโตนิโอ ถูกดันเล่นกองหน้าสลับกันสังกัด อันเดร อายิว ผู้ได้ลงล่าตาข่ายต้สังกัดเก่า
นอกจากนั้นดังเดิม มาร์ค โนเบิล กัปตันกลุ่มคุมแดนกึ่งกลางร่วมกับ เรายาเต้ แบ็กโฟร์มี แซม บายแรม, โชเซ่ ฟอนเต้, เจมส์ คอลลินส์, อาร์กตูร์ มาซูอาเรา และผู้เฝ้าประตู ดาร แรนดอล์ฟ
ผู้ร่วมทีมของ บิลิช ทุ่มเทเป็นพิเศษตั้งแต่อาจารย์ เควิน เฟรนด์ เป่านกหวีด มีลุ้นทันทีจากช่องทางของ อันโตนิโอ รวมถึงจังหวะที่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ จับลูกโขกเผาขนจาก สน็อดกราส์ บนเส้นประตูพอดี
เวสต์แฮมทำสกอร์นำจนได้ใน "ช่วงเวลาแดนนรก" นาที 44 จากบอลแรกเริ่มที่ โนเบิล ผู้สังสรรค์สวมเสื้อเลือดหมู-ฟ้าครบหลัก 400 ป้ายขึ้นหน้าให้ สน็อดกราสส์ มอบให้พาน เรายาเต้ ตะบันเต็มข้อ 25 หลาเสียบตูดตาข่าย
ชอตต่อมา ห้องเครื่องกลุ่มชาติเซเนกัล ล้นเข้าไปกอดกับแฟนบอลที่นั่งติดขอบสนามโดยทันที–นี่เป็นอารมณ์ร่วมที่ต่างฝ่ายต่างแสดงออกให้เห็นว่ามุ่งหมายความมีชัยถึงขนาดไหน
เป็นโมเมนต์น่าประทับใจจนมาโดนติดเบรกด้วยใบเหลืองแจกให้ตามกฎการแข่งขัน ซึ่งครั้งคราวก็รู้สึกว่าควรหยวนๆกันหน่อยในเมื่อมันไม่ใช่การกระทำร้ายแรง หรือท่าทางยั่วฝั่งตรงข้ามอะไรเลย
ส่วนร่วมแอสซิสต์ของจอมเลื้อยกลุ่มชาติสกอตแลนด์ก็นับเกิดเรื่องที่ดี หลังถูกติชมฟอร์มการเล่นอยู่เสมอมานับตั้งแต่ย้ายจากฮัลล์ในช่วงตลาดฤดูหนาว

ตอนที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่ม กระนั้นจะต้องดูขุนพลหลังบ้านเวสต์แฮมที่เล่นกันมีระเบียบวินัย ร่วมแรงร่วมใจกันเข้าซ้อน โดยเฉพาะ คอลลินส์ และ บายแรม ต่างบล็อกจังหวะสำคัญไว้ได้ในช่วงท้ายเกม
สิ้นเสียงนกหวีดไปด้วย 3 แต้มแสนล้ำค่า แต่ทว่ามีปัญหาตามมาให้ บิลิช จะต้องขบคิดอีกกระทอกจากการสูญเสียคีย์แมนถึง 2 หน่อโนเบิล กัปตันวันแมนคลับโดนใบเหลืองในนาที 38 สะสมยอดครบเลข 10 พร้อมโทษพักหน้าแข้ง 2 นัดหน้า
มิแค่นั้น อันโตนิโอ ปีกเจ้าเวหะตัวท็อปสกอร์ 9 ประตู ยังมาเจ็บเอ็นหลังต้นขา จนกระทั่งจะต้องขอแปลงออกเองในไม่กี่อึดใจก่อนได้ประตูนำ
ตัวรุกวัย 27 ได้ขึ้นบัญชีหน้าแข้งเดี้ยงตาม อารอน เครสส์เวลล์, วินสตัน รีด, อันเจโล อ็อกบอนน่า และ เปโดร โอเบียง ซึ่งเดี้ยงไปก่อนหน้าแต่ละรายนามที่ว่ามาล้วนแล้วแต่เป็นขุนพลตัวจริงทั้งนั้นเลย!
ยังไงสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความมีชัย ซึ่งทำให้เวสต์แฮมเก็บแต้มรวมทั้งสิ้น 36 ขออีกเพียงแค่ 4 จาก 6 เกมด้านหลังก็พอเพียงการันตีรอดชีวิตตามมาตรฐานค่าเฉลี่ย
ต่อเมื่อใช้ตรรกะเดียวกันก็น่าวิตกทีเดียวสำหรับสวอนซี ซึ่งมีเพียงแค่ 28 คะแนน โดนฮัลล์ถีบส่งลงโซนแดงตั้งแต่เมื่อมิดวีกในช่องว่าง 2 แต้ม
ดูดีขึ้นขึ้นกับดีๆในพลันที่ พอล คลีเมนต์ เข้ามารั้งบังเหียนรับช่วงต่อ บ็อบ แบร็ดลี่ย์ ทำไปทำมาท่าจะเข้าอีหรอบเดิมซะอย่างงั้น! รวมผลปราชัยที่โอลิมปิก สเตเดี้ยมไปด้วย กลุ่มแคว้นเวลส์ได้เพียงแค่แต้มเดียวแค่นั้นในรอบ 5 เกมก่อนหน้าที่ผ่านมา
1 แต้มดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมาจากแมตช์ในบ้านกับมิดเดิ้ลสโบรช์ โดยเสมอ 0-0 แบบเกือบแพ้ถ้าเกิด รูดี้ เชสเตด หอกอาคันตุกะโหม่งเข้าเป้าแม่นๆอีกนิดเมื่อวันพุธก่อนหน้าที่ผ่านมาก็โดนสเปอร์สรัวแซง 3 เม็ดในช่วง 2 นาทีด้านหลังรวมทดเจ็บค้างรังลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยมอีกต่างหากในทริปบุกสังเวียนบริเวณสแตรทฟอร์ดยิ่งหนัก ส่องเข้าเป้าเพียงแค่ 1 ทีตลอด 90 นาทีช่องทางกระจ่างจริงๆจะต้องรอคอยถึงครึ่งหลังจาก ลูเซียโน่ ท้องนาร์สิงห์ ปีกสำรองชาวดัตช์ซัดผ่านคาน
ปัญหาของกลุ่มหงส์ขาวเว้นแต่เสียประตูง่าย ไม่ได้คลีนชีตนอกบ้าน 15 เกมรวด ก็ยังมีประเด็นเกมรุกที่ลดคุณภาพไปเยอะเมื่อไร้เงา เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ติดโผ 11 คนแรก
หอกยักษ์เลือดบาสก์เจ็บข้อเท้าจนวืดทั้ง 2 นัดก่อน กระนั้นเพียงพอกลับมาสำรองได้เมื่อวันเสาร์ก็ยังขาดแมตช์ฟิต สร้างอันตรายอะไรไม่ได้เลย
ความคาดหวังพังทลายสกอร์จะต้องฝากฝังไว้กับ จอร์แดน อายิว น้องชายแท้ๆของ อันเดร ซึ่งสัมผัสบอลในกรอบจุดโทษแทบนับครั้งได้เลยกิลฟี้ ซิกูร์ดส์สัน นักเตะที่เยี่ยมที่สุดของกลุ่มก็มาพบเกมที่เงียบ อาละวาดไม่ออกซะอีกอีกปัญหามากยิ่งร้ายแรงกว่าเป็น "ประสิทธิภาพเชิงลึก"
พอล คลีเมนต์ แทบยึดตัวจริงชุดเดิมตลอด 3 นัดหลังที่ไม่มี ยอเรนเต้ แปลงเพียงแค่จุดเดียวตรงปีกขวา–ท้องนาร์สิงห์ ลงพบโบโร่ ก่อนปรับเอา เวย์น เราท์เล็ดจ์ ลงเลื้อยในแมตช์บู๊สเปอร์ส และเวสต์แฮม
นอกจากนั้นดังเดิมเด๊ะ ฟาเบียนสกี้ เฝ้าเสา แผงหลังมี ไคล์ นอห์ตัน, เฟเดริหรูหรา เฟร์นานเดซ, แอลฟี้ มอว์สัน, มาร์ติน โอลส์สัน แดนกึ่งกลาง ลีรอย แฟร์, แจ็ค คอร์ก, ทอม สนใจโรลล์ ตลอดจนสามประสานข้างหน้าอย่าง เราท์เล็ดจ์, อายิว และ ซิกข์กี้
ครั้นหันไปยังชอยส์อื่นๆและก็อ่อนจิตอ่อนใจ ไม่นับ ยอเรนเต้ ก็มี กี ซอง-เยือง ห้องเครื่องประเทศเกาหลีใต้ที่ดร็อปลงไปเยอะ, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ จอมเลื้อยเอปัดกวาดอร์หมดสภาพเดี่้ยงไปนานอ่อ…เกือบลืม บอร์ฆา บาสโตน ดาวยิงประเทศสเปนค่าจ้างแพง ผู้ยังปรับนิสัยไม่ได้นับตั้งแต่ย้ายมาจากแอต.มาดริดอีกคน! อย่างไรก็แล้วแต่ คลีเมนต์ จะได้แปลงโผแน่ๆ2 ตำแหน่งในนัดหน้าที่บ้านวัตฟอร์ดยอเรนเต้ น่าเอากลับคืนตัวจริงในเมื่อใช้งาน อายิว คนน้องแล้วไม่เวิร์กนอกนั้น คอร์ก มิดฟิลด์กัปตันกลุ่มดันข้อเท้าเดี้ยงเพิ่ม จะต้องลุ้นฟิตตัวโก่งแม้กระนั้นแนวโน้มชวดมีสูงเวลาไม่คอยท่า คลีเมนต์ แอนด์โค จะต้องรีบคิดรีบทำนำพาสวอนซีกลับมาเก็บแต้มให้ได้เสมือนขั้นแรกๆที่เข้ามารับงาน

พยัคฆ์ดุคัมแบค

ได้ยินข่าวมาสักระยะแล้วนะครับว่ามี "เสือ" ตัวหนึ่งกำลังก่อกวนอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส สร้างความทุกข์ร้อนให้ชาวบ้านใน ลีก เอิง อย่างควรหนัก

แม้กระนั้นก็มิได้ตื่นเต้นจั๊กแหล่นหรือตะลึงงันอะไรเยอะแยะ ด้วยคิดว่า ลีก เอิง เป็นสนามรบหน้าแข้งที่อุดมด้วยทีมที่มีความอู๊ดดี้สูง หรือพูดง่ายๆว่า "หมู" นั่นแหละ

ข่าวการปะทุตาข่ายแบบถล่มทลายในศึก ลีก เอิง ของกองหน้าระดับดาวดังคนหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร

ขนาด มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่กลายร่างเป็นไม้ตีพริกทื่อๆทิ่มดาร์กซ์คนไหนก็มิได้เมื่ออยู่ในพรีเมียร์ลีกยังยิงกระจายได้เลยคุณ!

หลักฐานสำคัญคือผู้เล่นชนิดดาวซัลโวตีนพระกาฬจากลีกสูงสุดของฝรั่งเศสมักจะเผชิญกับปัญหา ผลิตสกอร์ได้ไม่กระจายอย่างเดิมในสนามรบหน้าแข้งที่ฮาร์ดคอร์มากกว่าอย่างพรีเมียร์ลีก

ยกตัวอย่างเช่น มารูอาน ชามัค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หรือ บาเฟว่ากล่าวมบี้ โกมิส รวมทั้งรุ่นก่อนๆอย่าง สเตฟาน กีวาร์ซ หรือ ฌิบริล ซิสเซ่

เมื่อมาตะบันหน้าแข้งในลีกที่มาตรฐานสูงมากขึ้น ระดับความยากมากขึ้น – จำนวนประตูก็ต่ำลงตามข้อกำหนด

อนึ่ง ขอยกเว้น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่อยู่เหนือกฏเกฌฑ์ข้อนี้

ฤดูนี้ ราดาเมล ฟัลเกา ลงเล่นให้ โมนาโก ใน ลีก เอิง ไปแล้ว 20 นัด โดยรัวไปแล้วถึง 16 ดอก

ค่าเฉลี่ยในการทำลายตาข่ายให้สิ้นซากนับว่าสูงมากมายนะครับ แม้กระนั้นก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าบางทีอาจเกิดจาก ลีก เอิง นั้นมีอัตราความอู๊ดดี้สูงเกินกว่าที่จะออกอาการวี๊ดว้ายอะไรออกมา

การอยู่กับทีมที่อุดมด้วยดาวดังอย่าง โมนาโก แถมจัดเป็นทีมที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารของ ลีก เอิง ในฤดูนี้บางทีอาจมีส่วนช่วยเหลือและเกื้อกูลให้ "พี่เสือ" ถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ…ก็..เป็น..ได้

จนถึงเมื่อคืนนี้วันอังคารก่อนหน้าที่ผ่านมา

กลุ่มคำไทย "สิบขว้างกว่าไม่เท่าตามองเห็น" ก็ปฏิบัติหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัดอีกครั้ง

แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยี่ยมของ โมนาโก ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมในที่สุด ครั้งแรก ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมจึงได้มองเห็นฟอร์มการเล่นของ ราดาเมล ฟัลเกา แบบเต็มๆอีกครั้ง นับจากเดินคอตกออกจากเครื่องแบบอสุรกายแดง หลังจบฤดู 2014-15 ก่อนที่จะเจอความจริงว่าพี่เสือกลับมาแล้ว

กองหน้าวัย 31 ผู้นี้ปราดเปรียวขึ้นมากเลยทีเดียวนะครับ

ราดาเมล ฟัลเกา ทำได้ 2 ประตูในเกมนี้

ประตูแรกจากการทะยานเข้าไปขวิดลูกตุงตาข่าย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงสัญชาติญาณของนักล่าและวิญญาณของเพชฌฆาตที่กลับมาสิงร่างอีกครั้ง

ส่วนประตูที่ 2 จะต้องใช้คำว่า "เหนือดุจเทวดา"

พี่เสือเอ็งเล่นงานปราการหลังค่าตัวแทบ 50 ล้านปอนด์อย่าง จอห์น สโตนส์ จนเสียหมา ก่อนบรรจงชิพข้ามหัวผู้เฝ้าประตูของ แมนฯ ซิตี้ อย่างเหนือชั้นสุดๆ

แม้จะฆ่าจุดลูกโทษพลาดไปแบบกล้วยๆแถม โมนาโก เป็นข้างปราชัย แม้กระนั้นก็พอเพียงจะอนุโลมได้ว่า ราดาเมล ฟัลเกา กลับมาเป็นยอดเยี่ยมดาวถล่มประตูราวกับที่ตัวเขาเองเคยเป็นอีกครั้ง

คิดรวมทั้งเสียดายจัง อิอิอิ

ทวนเข็มนาฬิกากลับไปสักราว 4-5 ปีที่ผ่านมา

ในจุดนั้น ราดาเมล ฟัลเกา มีชื่อเสียงว่าเป็นศูนย์หน้าตีนวางลำดับหนึ่งของโลก (และดาวอังคาร)

2 ฤดูที่เป็นโคตรเพชฌฆาตให้ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด กองหน้าทีมชาติโคลอมเบียผู้นี้ไล่ถล่มประตูคู่ต่อสู้ไปถึง 70 ดอก

โน่นทำให้โคตรมหาเศรษฐีทีมหนึ่งอย่าง โมนาโก จะต้องเอาฟ่อนแบงค์ไปห่อตัวเขาออกมาจากทีมยี่ห้อหมีหน่วยรบเฉพาะกิจ

ฤดู 2013-14 หลังจากที่ลงเล่นให้ โมนาโก ไป 19 นัด โดยรัวไป 11 ประตู "เอล ว่ากล่าวเกร" ก็มีอันจะต้องบาดเจ็บอย่างควรหนัก นอกเหนือจากจะอดลงเล่นในศึกบอลโลก 2014 ที่บราซิล ยังถูกลักพาตัวไปจากฟลอร์หญ้าเป็นเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียว

หายเจ็บกลับมาก็กลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงขอยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา มาจาก โมนาโก มาใช้งานด้วยค่าแรงอันอย่างใหญ่โต ท่ามกลางความปรีด์เปรมสุขของผู้ขายวิญญาณให้อสุรกายแดงทุกกลุ่มเหล่าที่พากันซอยบั้นเด้ายิกๆๆๆๆๆๆโทษฐานที่ทีมตัวเองได้ดาวยิงลำดับหนึ่งของโลกมาเป็นหน่วยล่าฆ่า

แม้กระนั้นก็อย่างที่รู้ๆกันดีอยู่แล้วนั่นแหละนะครับ

ฤดู 2014-15 "พี่เสือ" ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งปวง 29 นัด โดยยิงได้เพียงแค่ 4 ประตูเท่านั้น

อย่าว่าแต่ว่าถล่มตาข่ายเลยนะครับ เพียงแค่จับบอลยังไม่ค่อยจะอยู่เลย

จากเสือร้ายกลายเป็นสะเออะระบากชัดๆ(โถ…พ่อคุณ)

สภาพร่างกายนี่แหละเป็นปัญหาใหญ่ ราดาเมล ฟัลเกา เพิ่งกลับมาจากลักษณะของการป่วยแข้งอย่างหนัก แถมห่างเหินจากการเริงระบำบนฟลอร์หญ้าไปนานเกินกว่าที่จะปรับสภาพให้กับสนามรบหน้าแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วและเอาจริงเอาจังมากมายอย่างพรีเมียร์ลีก

เมื่อเล่นมิได้ และยิงมิได้ – ความเชื่อมั่นก็เริ่มลดน้อย ยิ่งยิงมิได้ ความเชื่อมั่นก็ยิ่งหาย

ฤดูแรกของเขาในเครื่องแต่งกายอสุรกายแดงนับว่าล้มเหลวหมดท่า

ถ้าหากเรามั่นใจว่า ราดาเมล ฟัลเกา คือยอดเยี่ยมดาวยิงระดับตีนมหาวิบัติคนหนึ่งในโลกลูกหนัง ก็แค่เขาพึ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บอย่างหนัก สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย – แมนฯ ยูไนเต็ด ควรให้เวลาเขาปรับพฤติกรรมอีกสักระยะพลางเสี่ยงพนันอีกสัก 1 ฤดู

แม้กระนั้นภายหลังคำนวณดูแล้ว หฝ่าส์ ฟาน กัล อาจคิดว่ามันเสี่ยงเกินความจำเป็นจึงตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ด้วยประเมินว่ากองหน้าผู้นี้เป็นผู้เล่นที่หมดสภาพ

ทันใด เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกก็โผล่เข้ามาแสยะยิ้มสยอดสยอง

เข้าใจว่าที่ปรึกษาของทีมสิงห์บลูส์ในในช่วงเวลานั้นอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ อาจอยากได้ "ลองของ" ประมาณว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อน แถมยังได้กวนตีนอสุรกายแดงไปในตัวอีกต่างหาก คือเอ็งใช้ไม่ได้ใช่ไหม ช่างเถอะ เดี๋ยวข้าใช้ให้ดูเอง

ฤดูที่แล้วลงเล่นให้ เชลซี ทั้งปวงแค่เพียง 12 นัด (ทุกรายการ) โดยทำได้เพียงแค่ประตูเดียว

ใครสักคนจึงรำพึงรำพันอยู่เพียงลำพัง "ถ่ม!…นึกว่าจะแน่"

ราดาเมล ฟัลเกา แทบจะไม่มีความแตกต่างจากเสือแก่ที่สายตาพร่ามัว-เขี้ยวเล็บกร่อน แถมเป็นเสือตรากตรำที่โดนลูกกระสุนปืนคนล่าสัตว์จนบาดเจ็บอีกต่างหาก

"เสือตรากตรำ" ที่หมดสภาพอย่างนี้ไล่ล่ากระทิงโทนหรือกวางใหญ่ในพงไพรไม่ไหวหรอกนะครับ

จับกินได้ก็แม้กระนั้นน้องหมาของชาวบ้านเท่านั้น!

จบฤดู 2015-16 สมัยก่อนดาวยิงตีนวางลำดับหนึ่งของเมืองมนุษย์ผู้นี้จึงไม่เป็นที่เรียกร้องของ เชลซี อีกต่อไป รวมทั้งยักษ์ใหญ่ทีมอื่นๆด้วยจนจะต้องซมซานกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ โมนาโก อีกครั้ง

รับตามตรงว่าผมไม่คิดว่า ราดาเมล ฟัลเกา จะกลับมาอยู่ในฟอร์มอันยอดเยี่ยมของตนอีกครั้ง เนื่องจากมองมุมไหนก็พบว่ามันผ่านไปหมดแล้ว เขาผ่านจุดสูงสุดของตนเป็นที่เป็นระเบียบ

ฤดูนี้พี่เสือยิงประตูแรกให้ตัวเองได้เสร็จในเกมที่ 2 ของ ลีก เอิง ซึ่ง โมนาโก ถล่ม แรนส์ ไปด้วยสกอร์ 3-0

นับจากนั้นก็เริ่มผลิตสกอร์ได้เรื่อยๆโดย 9 ครั้งแรกที่เล่นให้ โมนาโก ในฤดูนี้ พี่เสือเอ็งยิงได้ถึง 7 ประตู

เมื่อรัวตาข่ายได้โดยตลอด ความเชื่อมั่นก็คืนมาอีกครั้ง เหมือนกับสภาพร่างกายที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

เกมล่าสุดที่ เอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม ดาวยิงวัย 31 ผู้นี้กดไปอีก 2 ดอกตามที่นำเสนอเป็นตัวอักษรไปนั่นแหละ (คนไหนมิได้ดูถ่ายทอดสดก็ไปหาดูในคลิปเอาแล้วกัน) พอๆกับว่าฤดูนี้ลงเล่นไปแล้ว 26 นัด (ทุกรายการ) โดยทำได้ 21 ประตู

เหนือกว่าสถิติการยิงประตูที่เป็นตัวเลข คือฟอร์มการเล่นที่เพิ่งมองเห็นแบบใหม่ๆนี่แหละนะครับ

สัมผัสได้ถึงความปราดเปรียวเช่นเสือหนุ่มที่สามารถสืบพันธุ์ได้วันละ 200 ดอก โน่นคือเหตุผลที่พูดว่าเพราะเหตุไรถึงมีความเห็นว่า "ของลับของเสือเพศผู้" คือยอดเยี่ยมยาบำรุงความสามารถทางเซ็กซ์จนกลายเป็นหนึ่งในมูลเหตุให้สัตว์ป่าจำพวกนี้ใกล้สิ้นซาก

กว่าครึ่งปีนะครับที่ ราดาเมล ฟัลเกา นอนเบียดกับอาการบาดเจ็บ บวกกับอีก 2 ฤดูเต็มๆที่พากเพียรหาทางกลับออกมาจากเขาวงกตที่ความรันทด

สุดท้ายก็ทำสำเร็จ – มองเห็นอย่างนี้รวมทั้งรู้สึกดีนะครับ

นี่คือแบบอย่างคุณภาพดี แถมเป็นกรณีศึกษาว่า…มนุษย์เรา ถ้าหากมีความอุตสาหะและพากเพียรโดยไม่ท้อแท้หรือหมดหวังไปเสียก่อน คนที่เคยเป็น "เสือ" ก็มีสิทธิ์กลับมาเป็น "เสือ" อย่างเดิมได้อีกครั้ง

…ว่ารวมทั้งให้คิดถึงดาวเตะอีกคนที่อายุ 31 เท่า ราดาเมล ฟัลเกา ที่กำลังจะถอดใจหนีไปค้าหน้าแข้งพลางโกยเงินในเมืองจีนดียิ่งกว่า ด้วยเหตุว่าในเวลานี้ตัวเองไม่มีที่ลงในทีมตัวจริงของอสุรกายแดง

นับถอยหลังสู่ 8 นัดหมายในที่สุดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ระหว่างสิงห์โตน้ำเงิน กับ ทอตแนมฮอตสเปอร์

แต้มห่าง 7 อาทิตย์นี้มีโปรแกรมต่างช่วงเวลากันและก็เป็นกลุ่มไก่เดือยทองคำได้โอกาสลดช่องว่างเหลือ 4 ให้เชลซีกดดัน ถ้าหากพวกเขาชนะวัตฟอร์ด ได้ก่อน ปล่อยให้เชลซีบุกเยี่ยมบอร์นมัธ ด้วยแรงกดดันบ้าง

ภายหลังจากกลุ่มคอนเต้ชนะในเกมปัจจุบันเขาระบุว่าขออีก 18 แต้มจาก 24 ที่เหลือ นั่นคือชนะ 6 นัดหมาย ถ้าหากเป็นได้ชนะรวด 6 นัดหมายนี้เลย เชลซีจะคว้าแชมป์พรีภรรยารฺ์ลีกในทันที

ณ จุดนี้เชลซีไม่ต้องพอใจสเปอร์ส เล่นเพื่อกลุ่มตนเอง เล่นเพื่อชนะอย่างเดียว จะชนะแบบไหน จำต้องชนะ เพื่อทำให้ช่องว่างนั้นดำรงอยู่แบบงี้หรืออาจโชคดีถ้าหากสเปอร์สสะดุดมันจะเพิ่มขึ้นและก็ได้ผลสำเร็จเชิงจิตวิทยาให้พวกเขาได้โอกาสใกล้แชมป์มากยิ่งกว่าชนะรวด 6 นัดหมาย

มันอาจจะเหลือ 5 หรือ 4 ก้ได้่ครับผม
กล่าวอีกนัยหนึ่งแชมป์อยู่ในมือเชลซีและก็เป็นกลุ่มคอนเต้ ถือถ้วยพรีเมียร์ลีกอยู่ ตอนที่สเปอร์สพยายามมาแก่งแย่งอยู่ปัจจุบันนี้

สเปอร์สได้โอกาสมั้ยครับผม???

ผมว่ามีครับผม

7 คะแนนกับอีก 8 นัดหมายไม่ห่างครับผม แม้มันมองเป็นใจให้เชลซีแต่ว่าจากการที่พวกเขาพลาดท่าสะดุดต่อคริสตัล พาเลส ค้างบ้าน มันทำให้มองเห็นว่าช่วงท้ายฤดู ความเครียด แรงกดดัน ความเกร็งมาเยี่ยมแล้ว

ในขณะที่เกมของพวกเขาเหนือกว่าพาเลส โอกาสยิงมากมาย แต่พลาดไปหมด

กลุ่มลุ้นแชมป์รังเกียจและก็กลัวเรื่องแบบงี้ครับผม เล่นแล้วมันมองตั้งใจเกินความจำเป็นทั่จะยิง ที่จะชนะคู่ปรปักษ์ มันผิดธรรมชาติตนเองไปซะอย่างนั้น คือถ้าหากเชลซีไม่แพ้พาเลส และก็ในวันนั้นสเปอร์สคงจะแพ้สวอนซีอยู่แล้วครับผม

แต้มนำ 10 จนกว่าช่วงทดตอนที่ลิเบอร์ตี้ เปลี่ยนเป็นสมาชิก เมาริซิโอ โปเชตติเตียนโน มีลูกฮึดไล่ยิงสามประตูระหว่างนาทีที่ 88, 90+1 จนกระทั่ง 90+4 ยิงสามประตูในช่วงเวลา 6 นาที กล่าวอีกนัยหนึ่งยืงประตูทุกๆสองนาที

ในขณะที่ไม่มีตัวความคาดหวังอย่าง แฮร์รี เคน ลงในสนาม

นั่นคือข่าวดีและก็ประเด็นบวกๆของแฟนไก่และก็ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากคำว่า spursy ที่เป็นนิยามของพวกเขาที่มักพลาดท่า ตกม้าตายในเกมสำคัญและก็เกมที่อยากได้ชัยเพื่อลุ้นต่อ ถ้าหากเทียบกับปีที่ผ่านมา

ช่วงนี้พวกเขาเริ่มห่วยนั่นแหละครับผม แต่ว่าปีนี้พวกเขายังสู้ต่อ ยังไม่หมดลุ้น มันยังได้โอกาสถ้าหากสู้ต่อและก็หวังว่าชัยต่อเกมกับสวอนซี จะเป็นพลังแอบแฝงให้นักเตะสเปอร์ส เดินหน้าสู้ต่อ ในขณะที่ความคาดหวังมีไม่มากมาย

ด้วยเหตุว่าแชมป์อยู่ในมือเชลซี และก็จะต้องเป็นเชลซีเท่านั้นที่จะพลาด

แฟนไก่รอลุ้นให้ตนเองชนะไว้ก่อน จากนั้นค่อยว่ากัน ถ้าหากตนเองยังชนะมิได้และก็อดสามแต้ม ผมว่าอันนี้ยากละ เนื่องจากนี่มิได้แข่งกับตนเอง พวกเขาแข่งกับเชลซี ที่มีข้อผิดพลาดน้อย นานๆแพ้คราว

แต่ว่าไม่ต้องมากมาย…ไม่ต้องถึงกับแพ้หรอกครับผมใน 8 นัดหมายที่เหลือ ทดลองพลาดท่าเสมอสักสองนัดหมายติด แล้วสเปอร์สชนะรวด

มันจะเป็น 6 ต่อ 2 แต้ม พอๆกับเชลซีได้เพิ่มมา 2 เป็น 9 แต้มที่ห่าง แล้วลบออก 6 จะเหลือเพียงแค่ 3 เท่านี้กลุ่มยี่ห้อไก่ได้โอกาสคว้าแชมป์ได้เท่าๆกับเชลซีแล้วครับผม มันคือ 51-49 แล้วครับผม ถ้าหากนำกันเพียงแค่สามคะแนน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเสียท่าต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเนื่องจากผลเสมอ 3 นัดหมายในช่วงโค้งสุดท้าย หรือเคยเสียแชมป์ให้ อาร์เซนอลตอนนำ 11 แต้มเมื่อถึงเดือน เดือนมีนาคม แต่ว่าปืนชนะรวด 10 นัดหมายสุดท้าย ผีหลุดเสมอสองสามนัดหมาย มีแพ้ด้วย

จบเลย….

หากว่าอันโตนีโอ คอนเต้ เคยตกม้าตายกับยูเวนตุส แบบว่านำ 5 เมื่อเหลือ 3 นัดหมาย แต่ว่าดันแพ้แล้ว ชูแชมป์ให้ลาซิโอไป

แฟนกัลโช จำได้ดีครับผมซีซั่น 1999-2000 ผมเคยเขียนไปกาลครั้งหนึ่ง ด้วยความไม่ค่อยสบายใจของ คอนเต้ ในฐานะนักเตะยูเวนตุสและก็เจ้านายเขาคือ คาร์โล อันเชลอตติเตียน 8 นัดหมายสุดท้ายแพ้ 4 จากที่นำห่าง

ก่อนลงในสนามนัดหมายสุดท้ายลาซิโอ ของสเวนโกรัน อีริคส์สัน ตาม 2 แต้ม และก็ไปเยี่ยมเรจจิน่า…คือลาซิโอ ชนะเจ้าบ้าน เรจจิน่า นั้นเป็นได้แน่ๆ เล่นที่สนาม เรนาโต คูรี ไม่มีปัญหา แต่ว่าการที่ยูเวนตุสเจอกับเปรูจา ที่รอดพ้นการตกชั้นไปแล้ว

ผู้ใดกล้ารับประกันว่าเปรูจา จะเล่นเต็มกำลัง???

หนักกว่านั้นคือเกมของลาซิโอจบก่อน แต่ว่าเกมของยูเวยังไม่จบ ฝนตกหนักเกมเลื่อนไป 80 นาที ถ้าหากเรียลไทม์คือ ลาซิโอ ในขณะนั้นแซงขึ้นเป็นผู้นำฝูงในนัดหมายสุดท้ายรอให้ยูเวนตุสเตะจบ และก็ถ้าหากชนะเปรูจา เจ้าม้าลายก็คว้าแชมป์เหมือนกัน

ผลคือยูเวนตุสแพ้เปรูจา 1-0 จากลูกอลหม่านหน้าเขตโทษ…และก็ตีเสมอมิได้ แพ้นัดหมายสุดท้ายถึงกับชวดแชมป์เฉย!

เรื่องราวกลุ่มนี้อยู่ในหัวของ คอนเต้ จนทำให้พวกเราเองอดคิดมิได้ว่า….เขามีบทเรียนราคาสูงเมื่อ 17 ปีกลาย ยุคเป๋นนักเตะ เรื่องนี้ไม่น่ากลับมาหลอกอีกรอบ เขาจำต้องแก้ไขมันให้ได้เมื่อมาเป็นผู้ฝึกสอน

แต่ว่าอย่างว่าแหละครับ….จนกว่าคุณยังทำการประลองอยู่ โอกาสแบบงี้มันมีกำเนิดขึ้นกับแล้วครับผม

คาร์โล อันเชลอตติเตียน เคยพลาดแชมป์สคูเดตโต เมื่อในขณะนั้น เขาก็ยังพลาดแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกในขณะที่นำหงส์แดง ลิเวอร์พูลในปี 2005 อยู่สามลูกเมื่อจบครึ่งแรก แต่ว่าสุดท้ายโดนตีเสมอและก็ยืดเวลาพิเศษบุกยังไงก็ยิงมิได้ แถมแพ้จุดโทษอีก

คอนเต้….คงจะคิดหนักและก็จำต้องพยายามกระตุ้นสมาชิกว่านำ 7 แต้ม อย่าหลงระเริง และก็ประมาทผู้เลียนแบบสเปอร์ส ที่คงจะแพ้สวอนซี แต่ว่าเพียงพอตีเสมอได้นาทีที่ 88 พวกเขาสอยอีกสองลูกจนหมดเวลา พลิกกลับมาชนะ 3-1

เรื่องราวแบบงี้มันไม่ใช่ชนะแล้วได้เพียงแค่สามแต้ม

สเปอร์สได้ 9 แต้มเลยครับผมวันชนะสวอนซี

แทนที่ถ้าหากแพ้แต้มจะกลับไป 10 แล้วท้อแท้ลุ้นแชมป์ ณ จุดนี้ สเปอร์สมีหวัง แต่ว่าคงจะไม่มากมายพอๆกับเชลซี อันนี้ตามหน้าเสื่อครับผม และก็แม้ส่ายตาดูมองโปรแกรม 8 นัดหมายสุดท้าย ถ้าหากเชลซีอยากได้ชนะ 6 นัดหมาย

พวกเขาควรต้องเจอกับผู้ใดบ้าง และก็สเปอร์สเองเจอกับผู้ใดบ้าง

เชลซี สเปอร์ส

นัดหมายที่ 31 บอร์นมัธ(ย) วัตฟอร์ด (ห)

นัดหมายที่ 32 แมนฯยูฯ (ย) บอร์นมัธ (ห)

นัดหมายที่ 33 เซาแฮมป์ตัน(ห) พาเลส (ย)

นัดหมายที่ 34 เอฟเวอร์ตัน (ย) อาร์เซนอล (ห)

นัดหมายที่ 35 โบโร (ห) เวสต์แฮม (ย)

นัดหมายที่ 36 เวสต์บรอม (ย) แมนฯยูฯ (ห)

นัดหมายที่ 37 ซันเดอร์แลนด์ (ห) ฮัลล์ (ย)

ส่วนเกมเชลซีตกค้างวัตฟอร์ด และก็สเปอร์สตกค้างกับ เลสเตอร์ นั้น รอลงวันและก็เวลาทั้งสองโปรแกรมเพราะสองกลุ่มนี้มีคิวเตะเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 22 เม.ย. เจอกันเอง พิสูจน์กันเหตุว่าผู้ใดได้โอกาสลุ้นดับเบิลแชมป์ได้

ถ้าหากมองโปรแกรมรวมทั้งหนักเบาไม่ได้มีความแตกต่างกัน แฟนเชลซี ดูไปที่เกมแมนฯยูฯ กับ เอฟเวอร์ตัน ส่วนแฟนไก่นั้นดูเกม อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ และก็แถมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ชนะรวดทุกนัดหมายกลับมาเป็นกลุ่มแชมป์อย่างเดิม

ปัญหาอยู่ที่ว่านับนับจากนี้ไป…..ผู้ใดสะดุด ประสบเจอกับปัญหาแน่ๆ

สเปอร์สสะดุด ช่องว่างจะห่างและก็แทบจะหมดลุ้น แต่ว่าถ้าหากเชลซีสะดุดแลสเปอร์สเก็บได้ พวกเขามีลุ้นแชมป์แบบเต็มกำลัง และก็สามารถกล่าวได้เต็มปากว่าได้โอกาสเป็นแชมป์ แต้ม 7 ปัจจุบันนี้ สะดุดสักนัดหมายสองนัดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชลซี ช่องว่างจะลดฮวบฮาบ

ณ ช่วงเวลานี้คงจะจำต้องให้เครดิตกลุ่มเชลซีของ คอนเต้ ก่อนว่า มีลักษณะเด่นมากยิ่งกว่าจุดอ่อน และก็พวกเขาพร้อมเป็นแชมป์มากยิ่งกว่าสเปอร์ส อันนี้ว่ากันตามหน้าเสื่อ ไม่ใช่ว่ากันด้วยความคาดหวัง แต่ว่าถ้าหากกลุ่มของคอนเต้ ไม่อาจจะนำลักษณะเด่นตนเองเรื่อง รัดกุม พลาดยากเสียยาก มาใช้ได้ทันท่วงที

เสียสมาธิและก็กดดันตนเองมากมายไป จุดอ่อนของพวกเขาจะก้าวมาแทนที่ อย่างงั้นโอกาสสะดุดมีมากมาย เสมือนเกมที่แพ้คริสตัล พาเลสในขณะที่โดนบุกไม่กี่ครั้ง นั่นเป็นเนื่องจากพวกเขาเสียสมาธิ และก็เพียงพอโดนนำ เปลี่ยนเป็นกดดันและก็เกร็งตนเองไป

นี่เกมปัจจุบันที่ชนะ แมนฯซิตี้ 2-1 ทำให้เห็นว่าพวกเขากลับมามีสติได้อีกรอบ

ส่วนสเปอร์สไม่ต้องคิดอะไรมากมาย…ไม่มี แฮร์รี เคน นำแนวรุก พวกเขาจำต้องชนะอย่างเดียว ด้วย ซอน เฮือง ไม่น, เดลเล อัลลี, คริสเตียน เอริคเซน ตัวทำเกมรุกสามคนนี้ที่สลับหน้ากันยิงและก็ช่วยกลุ่มได้ บวกกับเซตพีส เตะมุม ฟรีคิก ที่จะมาช่วยเสริมให้ได้โอกาสชนะง่ายชึ้น

ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลวิเคราะห์ครึ่งหลังฟอร์มดีขึ้นเพราะกองกลาง

เวงเกอร์เห็นว่ารูปเกมที่ดีขึ้นในครึ่งหลังเป็นเพราะแผงกลางของเขาต่อสู้กับหงส์แดงได้ดีขึ้น ไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการส่งกองหน้าชิลีลงสนาม

เวงเกอร์เผยว่า การดรอป อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าทีมชาติชิลีไว้ที่ม้านั่งสำรอง ในเกมบุกพ่ายหงส์แดง3-1 เมื่อคืนวันเสาร์ เป็นเหตุผลทางแทคติก

เวงเกอร์ตัดสินใจใส่โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าร่างใหญ่เป็นหน้าเป้า โดยมีแดนนี เวลเบ็ค, อเล็กซ์ อิโวบี้ และ อเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เสริมทัพ แต่ผลคือทีมเสียประตูแรกตั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาที ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาทีก็ต้องมาเสียประตูที่สอง และทีมไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก เมื่อเริ่มครึ่งหลังเวงเกอร์ส่งอเล็กซิสไปแทนฟานซิส โกเกอแลง ทันที เพียงสามนาที ชิรูด์ก็มีโอกาสทำประตูจะ ๆ และอเล็กซิสนี่เองที่แทงทะลุช่องให้แดนนี เวลเบ็ค ยิงตีไข่แตกในนาทีที่ 56

"ผมคิดว่าเราต้องเล่นส่งบอลง่ายมากขึ้น และผมอยากใช้ศูนย์หน้าสองคนที่แข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ เพราะเราจะเล่นไดเรคท์มากขึ้นไง" เวงเกอร์อธิบายการจัดตัวของเขา

"ผมเชื่อว่าในครึ่งหลัง กองหน้าเราเล่นง่ายขึ้น คุณจะเห็นว่าชิรูด์กับเวลเบ็คเล่นดีขึ้นเลยเพราะเราครองเกมแดนกลางได้เยอะกว่าเดิมมาก

"ผมไม่ปฎิเสธว่าอเล็กซิสเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม ผมซื้อเขามา ส่งเขาลงเล่นเสมอ การตัดสินใจพวกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมต้องทำ" สำนักข่าว W88

เวงเกอร์ยังพูดถึงผลกระทบของการไม่ได้ลงเล่นเกมเป็นเวลานาน ว่าทำให้ทีมเสียจังหวะ ในลักษณะเดียวกับที่ลิเวอร์พูลเสียท่าให้เลสเตอร์มาแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

"เราไม่ได้เล่นมานาน มันยากเสมอที่จะกลับมาเล่นได้เข้าจังหวะ แต่เราถึงอย่างนั้น ผมยังเสียใจที่เราเสียประตูแรกซึ่งมันไม่น่าจริง ๆ"

หลังจบเกมนี้อาร์เซนอลอยู่ในอันดับที่ 5 แข่ง 26 นัด มี 50 คะแนนเท่าเก่า ส่วนลิเวอร์พูลขยับไปอยู่อันดับ 3 ชั่วคราว มี 52 คะแนนจาก 27 นัด

คาร์เล็ตโต้ รอดพ้นแจกนิ้วแฟนบอลหลังบริจาคเงิน

บุนเดสเทรนเนอร์ทีมเสือใต้รอดถูกแบนหลังชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลฝ่ายตรงข้ามในเกมลีกล่าสุด นัดเยือนเสมอ 1-1 แฮร์ธา เบอร์ลิน

 

คาร์โล อันเชล็อตติ บุนเดสเทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับตนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งนี้แฟนบอลคนดังกล่าวถ่มน้ำลายใส่ระหว่างเดินเข้าห้องแต่งตัวหลังจบเกม เนื่องจากแฟนบอลแฮร์ธาไม่พอใจผู้ตัดสินที่ทดเวลาบาดเจ็บถึง 6 นาที ทำให้เสือใต้ได้ประตูตีเสมอ

บุนเดสเทรนเนอร์ของบาเยิร์น มิวนิค ถูกสหพันธ์ลูกหนังเยอรมันเรียกตัวให้มาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหลังการสอบสวนเขาได้บริจาคเงินจำนวน 5,000 ยูโร ให้กับองค์กรการกุศลของเดเอฟเบ

เคสซิเย่ เผยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝัน แต่ไปสิงห์บลูก็ได้เช่นกัน

ฟรองค์ เคสซิเย่ มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ อตาลันต้า ยอมรับว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของ ปีศาจแดง แต่ถ้าเป็น สิงโตนํ้าเงินคราม ก็พร้อมที่ย้ายเหมือนกัน

 

เคสซิเย่ กําลังทําผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อตาลันต้า โดยตัวเขาลงเล่นไปแล้ว 20 เกมทําได้ 6 ประตูและ 1 แอสซิสต์มีส่วนช่วยให้ อตาลันต้า อยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนกัลโช่ เซเรียอาในเวลานี้

 

มิดฟิลด์วัย 20 ปีเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี,อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝันของผม''

 

''แต่เชลซีก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน''

เวย์น รูนีย์ ปัดไปจีนขออยู่ช่วยผีก่อน

เสี่ยหมู กองหน้ากัปตันทีมของ ปีศาจแดง ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าตัวเขากําลังจะย้ายไปลงเล่นที่แดนมังกร ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

ศูนย์หน้า วัย 31 ปีตกเป็นข่าวลืออย่างหนักว่ากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศจีนแถมตัวเขายังไม่ได้รับการการันตีเป็นจริงที่ ปีศาจแดง อีกด้วย

 

แม้เอเยนต์ส่วนตัวของ เสี่ยหมู จะเดินทางไปเจรจาถึงประเทศจีน แต่ทุกอย่างต้องจบลงเพราะเจ้าตัวออกมาปฏิเสธข่าวลือทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

''ผมจะอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป ผมดีใจมากที่ได้รับความสนใจจากสโมสรต่างๆ''

อยู่เป็น!ร็อบเบน ยันอยู่บาเยิร์น มิวนิคก็ดีอยู่แล้ว

อาร์เยน ร็อบเบน ดาวเตะ ชาวอัศวินสีส้ม เผยสำหรับเขาไม่มีตัวเลือกมากนักในการที่จะย้ายสังกัด เพราะไม่มีสโมสรไหนดีไปกว่านี้

ปีกตัวเก่งของบาเยิร์น มิวนิค ให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขาต้องการที่จะอยู่กับต้นสังกัดต่อไป และหวังที่จะได้รับการต่อสัญญาใหม่เพิ่มออกไปอีกในอนาคต โดยร็อบเบน จะหมดสัญญากับบาเยิร์น มิวนิคในช่วงซัมเมอร์ปี 2018

ทั้งนี้ ดาวเตะวัย 33 ปี ยังเผยอีกว่าการย้ายออกจากต้นสังกัดปัจจุบันไม่ได้เป็นตัวเลือกของเขา เพราะเขาได้อยู่กับสังกัด เที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่แล้ว

ดีนีย์ ปัดไม่ให้แฟนบอลถ่ายภาพ ก่อนวางมวย

ทรอย ดีนีย์ หัวหอก กัปตันทีมวัตฟอร์ด ไม่ยอมให้แฟนบอลถ่ายรูป ด้วยจนเกิดการทะเลาะวิวาท ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเบอร์มิงแฮม ในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นภายในร้าน เลวานา บาร์ เมื่อแฟนบอลซึ่งเป็นลูกค้าในร้านรายหนึ่งเข้ามาขอถ่ายรูป แต่ดาวเตะวัย 28 ปี กลับปฏิเสธทำให้ลูกค้าไม่พอใจ และชกหน้าของเขา และเขาก็มีเรื่องกันจนถูกไล่ออกไปนอกร้าน แต่หัวหอก ''แตนอาละวาด''ยังไม่หยุด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขู่ฉีดสเปรย์พริกไทยเพื่อหยุดการทะเลาะวิวาท
จากรายงานของ Mirror Sport กองหน้ากัปตันสโมสรวัตฟอร์ด ได้เข้ารับทราบข้อหาที่สถานีตำรวจ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาและคู่กรณีจะไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด